21 พฤษภาคม 2561 ชาวบ้านนาหมูม่น ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย ร่วมกันก่อตั้งโครงการอนุรักษ์แหล่งน้ำธรรมชาติ แก้ปัญหาผลกระทบ ด้านความมั่นคงทางอาหาร

ที่มา : http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190521080447574

ชาวบ้านนาหมูม่น ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย ร่วมกันก่อตั้งโครงการอนุรักษ์แหล่งน้ำธรรมชาติ แก้ปัญหาผลกระทบ ด้านความมั่นคงทางอาหาร

            บ้านนาหมูม่น อยู่ห่างจากตัวเมืองของอำเภอด่านซ้าย 12 กิโลเมตร มีประชากร 193 ครัวเรือน เป็นที่ราบหุบเขา “มีลำน้ำหมัน”ไหลผ่าน เป็นลำน้ำสายสำคัญในการทำการเกษตรชาวบ้านมีอาชีพหลักคือการทำนาข้าวบนพื้นที่ราบและมีการปลูกพืชผักตามริมคันนา ส่วนพื้นที่ราบบนภูเขาหรือพื้นที่เชิงเขามีการปลูกพืชไร่ข้าว และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นอกจากบ้านนาหมูม่นจะมีลำน้ำหมันไหลผ่านแล้ว ยังมี “น้ำซับ” ที่เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชุมชนอีกด้วย

            คุณารักษ์ มณีนุษย์ นักวิจัยท้องถิ่น กล่าวว่า แหล่งน้ำของชุมชนบ้านนาหมูม่นมาจาก 2 ส่วน คือ 1.น้ำหมัน สำหรับใช้การเกษตร และ 2.น้ำซับหรือตาน้ำ ใช้ในการอุปโภค-บริโภคซึ่งมีลักษณะคล้ายไส้ไก่ เกิดจากน้ำใต้ดินที่ผ่านการกรองของชั้นหินทรายจากภูเขาสูงและซึมผ่านจากพื้นที่ราบสูงขนาดใหญ่บนพื้นที่ป่าชุมชน ซึ่งผลการตรวจคุณภาพน้ำพบว่าเหมาะสมที่นำมาจะอุปโภค-บริโภคได้ ซึ่งชุมชนจะใช้เป็นน้ำประปาของหมู่บ้านนาหมูม่น และหมู่บ้านใกล้เคียง

            รศ.ดร.เอกรินทร์ พึ่งประชา อาจารย์ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบปัญหาคือ“การทำเกษตรเริ่มเปลี่ยนไปจากที่เคยทำแบบพออยู่ พอกิน กลายเป็นการทำเกษตรแบบการค้า ซึ่งทำให้ต้องขยายพื้นที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำเกษตร” โดยเฉพาะการปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวขึ้นไปในป่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลการศึกษาพบว่าส่วนหนึ่งมาจากความต้องการของตลาดที่เป็นแรงจูงใจ

            เมื่อเทียบรายได้จากการขายพืชเชิงเดี่ยวอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังหักรายจ่ายแล้วจะเหลือเพียง 2,100 บาท/ไร่/ปี ส่วนการทำเกษตรทางเลือกมีรายได้อยู่ที่ 115,200 บาท/ไร่/ปีแต่เพราะเป็นรายได้ที่ชาวบ้านได้รับเป็นรายวันแล้วนำกลับมาใช้ชีวิตประจำวันจึงไม่รู้สึกว่าต่างกันกับการขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แต่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย” อย่างไรก็ตาม หากต้องการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าและเร่งฟื้นฟูธรรมชาติ การเปลี่ยนวิถีชีวิตก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ จึงเริ่มจากการชักชวนคนที่สนใจปลูกผักไร้สารเคมี ในเบื้องต้นมีผู้หญิงมาสมัครเข้าร่วม 20 คน จึงเกิดการรวมกลุ่มสตรีขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายผลิตพืชผักปลอดภัย ต่อมามีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 44 คน จึงชักชวนคนอื่นๆ ในหมู่บ้านมาช่วยกันปรับพื้นที่เพื่อจัดสร้าง “ตลาดสุขภาพบ้านนาหมูม่น” ขึ้นภายในหมู่บ้านอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2560 โดยกำหนดกติกาและระบบการจัดการ“ตลาดสุขภาพบ้านนาหมูม่น เป็นพื้นที่ทดลองขยายสาขาของโครงการด่านซ้ายกรีนเนต หรือตลาดสีเขียว ซึ่งแต่เดิมพื้นที่ทดลองเปิดตลาดในครั้งแรกตั้งอยู่ที่โรงพยาบาล พระยุพราชด่านซ้าย โดยชาวบ้านที่สามารถนำผักมาขายได้ จะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในเครือข่ายของโครงการเท่านั้น เพราะกระบวนการตั้งแต่ปลูกจนขายต้องผ่านการตรวจสอบจากสมาชิกในเครือข่ายทั้งสิ้น ว่ามีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคหรือไม่” อาจารย์เอกรินทร์กล่าว